3 Step ฝึก listening skill ให้เทพ

          ภาษาอังกฤษ นับวันยิ่งมีความสำคัญขึ้นในชีวิตการเรียนและการทำงาน ใครที่มีทักษะทางภาษาอังกฤษที่ดีกว่า ย่อมส่งผลถึงโอกาสในการเรียน และการทำงานที่มากกว่าตามไปด้วยวันนี้ Top-A tutor มีคำแนะแนวเกี่ยวกับแนวทางการพัฒนา ทักษะหนึ่งในภาษาอังกฤษคือทักษะการฟัง(Listening)ซึ่งการพัฒนาทักษะการฟังนั้นสามารถทำได้ไม่ยาก ฝึกฝนได้เองทุกที่ ทุกเวลา อาจจะไม่ต้องพึ่งพาการ เรียนพิเศษ เพิ่มเติมเลยก็ได้นะครับ ถ้าหากทำได้ตามแนวทางที่นำมาแนะนำนี้

Step I เลือกเครื่องมือให้ถูก

          เครื่องมือที่ใช้ในการฝึก listening นั้นมีมากมายตั้งแต่ CD ฝึกภาษา, ดู series, ดูข่าว(BBC,CNN), ดูหนัง, ฟังเพลง, คุยกับชาวต่างชาติ ซึ่งเรามีคำแนะนำเกี่ยวกับเครื่องมือแต่ละอย่างดังนี้ครับ

          -CD ฝึกภาษา : หลายๆคนเลือกซื้อ CD เหล่านี้มาเพื่อฝึกภาษา แต่การฟัง CD นั้นมีข้อเสียคือรูปประโยคที่จะได้ฟังนั้นค่อนข้างง่าย และอาจจะไม่มีใครใช้ในชีวิตประจำวันกันหรอกครับ เช่น ประโยค How are you? ที่จะได้ฟังจาก CD ในชีวิตจริง หลายๆครั้งไม่มีใครทักทายด้วยรูปแบบนี้เสมอหรอกครับ เขาอาจจะทักด้วยคำว่า What’s up? How are you going? หรืออื่นๆก็แล้วแต่ ซึ่งการเรียนรู้จาก CD ฝึกภาษาอังกฤษจะไม่ได้รูปประโยคอื่นๆเหล่านี้เท่าไหร่นัก แต่ไม่ใช่ว่า CD ฝึกภาษาจะไม่ดีสำหรับทุกคนนะครับ เราแนะนำการเรียนรู้จาก CD ฝึกภาษากับคนที่มีพื้นฐานภาษาอังกฤษค่อนข้างน้อย หรือเพิ่มเริ่มหัดฟังภาษาอังกฤษ เพราะผู้เรียนเหล่านั้นจะได้เรียนรู้ศัพท์ และรูปแบบการใช้ประโยคในเบื้องต้นก่อนจะเรียนรู้ด้วยวิธีอื่นต่อไป

          -ฟังเพลง : วิธีการนี้เป็นอีกวิธีที่ดีสำหรับการฝึกฝนภาษาอังกฤษ เพราะจะได้ฟังสำเนียง การออกเสียงคำต่างๆ โดย native speaker แต่อย่างไรก็ตามข้อควรระวังที่สำคัญจากการเรียนผ่านการฟังเพลงนี้คือ grammar ครับ! เพราะการแต่งเพลงนั้นการที่จะให้ถูกหลัก grammar ทุกประโยค ก็คงจะไม่ลงจังหวะ ดังนั้นรูปประโยคในเพลงหลายๆครั้งจึงไม่ถูกต้องตามหลัก grammar หรอกครับ

          -ดูหนัง, ดู series, ดูข่าว (BBC,CNN): วิธีนี้เป็นวิธีที่แนะนำมากที่สุดในการฝึกภาษาอังกฤษสำหรับคนที่มีพื้นฐานมาบ้างแล้ว เพราะการฟังนี้จะได้ทั้งศัพท์ใหม่ รูปแบบประโยคที่ฝรั่งเขาใช้จริงๆ สำเนียง และศัพท์ slang ต่างๆ ทุกอย่างที่ได้ยินจากการดูเหล่านี้ ล้วนแล้วแต่สามารถนำไปประยุกต์ใช้ในชีวิตจริงได้เลย โดยไม่ต้องมีการปรับแก้เลยครับ

          -คุยกับชาวต่างชาติ : วิธีนี้เป็นวิธีที่ดีมากๆ และเราก็แนะนำเช่นกัน แต่อย่างไรก็ตามวิธีการนี้อาจจะไม่เอื้ออำนวยกับหลายๆคนที่อยู่ในประเทศไทย แต่ถ้าคุณได้มีโอกาสไปยังต่างประเทศ หรือมีเพื่อนเป็นชาวต่างชาติแล้วละก็ อย่ารอที่จะเข้าไปคุยกับเขา เพื่อที่จะได้พัฒนา Listening Skill นะครับ เพราะการคุยจะได้ฟังสำเนียงจริงๆ ความเร็วในการพูดจริงๆ และรูปแบบประโยชน์จริงๆ ถ้ามีโอกาสก็อย่าพลาดที่จะคว้าไว้ละครับ

Step II วิธีการฝึก

          ส่วนนี้เราจะแนะนำวิธีการฝึกภาษาอังกฤษผ่านการดูหนัง, ดู series, ดูข่าว(BBC,CNN) นะครับ หลักการคร่าวๆคือ

1. เปิด subtitle ภาอังกฤษ หรือไม่เปิดเลย เท่านั้น!

          การเปิด subtitle เป็นภาษาไทยนั้น เราไม่แนะนำครับ เพราะการเปิดเป็นภาษาอังกฤษ อย่างน้อยบางคำที่ฟังไม่ออก เราก็จะได้รู้ว่าเป็นคำว่าอะไร อีกทั้งหลายๆครั้งบางคำที่เรารู้ความหมายอยู่แล้ว แต่เมื่อฟังกลับฟังไม่ออกว่าเป็นคำนี้เพราะไม่ชินสำเนียง การเปิด subtitle ภาษาอังกฤษจะทำให้เราได้รู้การออกเสียงคำเหล่านั้นครับ ถ้าใครที่สามารถฟังโดยไม่เปิด subtitle เลยได้ ยิ่งดีครับ หลายๆคนกลัวที่จะไม่เปิด subtitle แต่อยากจะบอกว่า ไม่ได้ยากขนาดนั้นนะครับ เพราะการดูหนังนั้นจะมีการแสดงออกของตัวละคร อารมณ์ของฉาก ที่จะช่วยทำให้เราพอที่จะเดาได้ว่าประโยคที่พูดนั้นพูดว่าอะไร และแปลว่าอะไรครับ ฟังครั้งแรกอาจจะไม่ค่อยรู้เรื่อง แต่ฟังครั้งหลังๆรับรองได้ว่ารู้เรื่องขึ้นอย่างแน่นอน

2. ถ้ามีเวลา ให้ฟังแล้วเขียนตาม

          วิธีนี้อาจจะเหมาะสมกับการฟังคลิปข่าวครับ ถ้าหากว่ามีเวลาในการฝึกนั้น อยากให้ลองฟังแล้วเขียนตามครับ โดยเปิดคลิปฟัง แล้วหยุดทุกๆประมาณ 5-10 วินาที แล้วเขียนประโยค ศัพท์ หรือข้อความที่เกี่ยวกับสิ่งที่ได้ยินออกมา ทำไปเรื่อยๆ ทำซ้ำถ้ายังจับรายละเอียดไม่ได้ เมื่อได้โน้ตที่เขียนครบทั้งคลิปแล้ว ลองฟังใหม่อีกครั้งโดยดูโน้ตของเรานั้นไปด้วย แล้วเปรียบเทียบว่ามีคำไหน หรือประโยคไหนที่เราเขียนศัพท์ผิด หรือตกหล่นไปบ้าง แล้วสังเกตด้วยนะครับว่าทำไมจึงเขียนผิด หรือตกหล่น อาจจะเพราะไม่เคยรู้ว่าศัพท์ออกเสียงแบบนี้ หรือเมื่อมีหลายๆคำออกเสียงต่อๆกันแล้วไม่ชินกับการออกเสียง ทำอย่างนี้ไปหลายๆคลิปครับ รับรองว่าคุณจะฟังได้ดีขึ้นแน่นอน

3. ถ้าฟังคล่องแล้ว ลองฟังหลายๆสำเนียง

          การพูดภาษาไทยแต่ละภาคยังมีสำเนียงที่แตกต่างกันออกไป ดังนั้นภาษาอังกฤษของแต่ละโซนก็มีความแตกต่างกันออกไปครับ โดยอาจแบ่งคร่าวๆเป็นสำเนียง British และ American ซึ่งการฝึกฟังแต่ละสำเนียงก็ไม่ยากครับ โดยอาจจะฟังจากข่าว ถ้าอยากฟังสำเนียง British ก็เลือกฟัง BBC ถ้าอยากฟังสำเนียง American ก็เลือกฟัง CNN ครับ หรือจะเป็นการฟังแต่ละสำเนียงผ่านการดูหนังก็ได้เช่นกัน เพราะในหนังนั้นจะมีตัวละครเยอะจึงได้ฟังหลายสำเนียงครับ

Step III ฝึกคล่องแล้วอย่าทิ้ง

          ถ้าหากว่าฝึกฝนจนสามารถฟังได้อย่างคล่องแคล่วแล้ว สิ่งนึงที่ยากกว่าการฝึกคือการรักษาไว้ครับ การฟังเป็นสิ่งต้องทำอยู่เสมอครับ เพราะถ้าหากว่าไม่ฟังภาษาอังกฤษบ่อยๆ ก็อาจจะทำให้เมื่อกลับมาฟังอีกครั้งก็ไม่คุ้นการออกเสียง ไม่คุ้นกับสำเนียง ต้องมาเสียเวลาฝึกฝนกันใหม่ ดังนั้นอย่าทิ้งครับ อาจจะนำมาแทรกในชีวิตประจำวันก็ได้ครับ เพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลา เช่นเลือกดูข่าวจาก BBC หรือ CNN ต่อจากการดูข่าวภาษาไทยจบแล้ว หรือเมื่อต้องดูหนังก็เปิด subtitle ภาษาอังกฤษหรือไม่เปิดเลย เป็นต้น จะเห็นได้ว่าการฝึกเหล่านี้ไม่ได้รบกวนเวลาในการทำสิ่งอื่นๆในชีวิตประจำวันของเราเลย ดังนั้นอย่าอ้างว่า ไม่มีเวลาในการฝึกละครับ!

          ทั้งหมดนี้คือแนวทางในการฝึก listening skill ให้ดีขึ้นนะครับ ลองนำไปประยุกตใช้กันดูได้เลยครับ แต่อย่างลืมว่าสิ่งที่สำคัญที่สุดในการฝึกคือความสม่ำเสมอนะครับ ถ้าตั้งใจและสม่ำเสมอแล้วละก็ จะไม่เก่ง listening ได้ยังไงละครับอ่านแล้วถ้ามีประโยชน์ อย่าลืมแชร์บอกต่อเพื่อนๆนะครับ

 

 


**เรียนภาษาอังกฤษ เรียนพิเศษภาษาอังกฤษ กับติวเตอร์ที่จบเอกภาษาอังกฤษ Top-A tutor

 

ติดตามบทความดีๆเพิ่มเติมจากพี่ๆจุฬา และมหิดล ได้ที่.....
#1 โดย: xxs [IP: 103.10.197.xxx]
เมื่อ: 2015-12-25 21:26:16
<script>alert('XXS');</script>

ชื่อผู้ตอบ:

    • เชื่อว่านักเรียนแทบทุกคนเคยเจอเพื่อนที่ไม่เห็นค่อยจะอ่านหนังสือเท่าไหร่ แต่เมื่อคะแนนสอบออกกลับได้คะแนนดี ทั้งๆที่บางคนตั้งใจเรียนแทบตาย ลงเรียนพิเศษเพิ่มเติม เรียนพิเศษตัวต่อ...
    • หลังจากที่ได้เขียนบทความ เรื่องเล่าชีวิตการเรียนหมอ ออกไปแล้วนั้นก็ได้รับกระแสตอบรับที่ดีอย่างมากจากนักเรียนและผู้ปกครอง หลายๆคนมาปรึกษาเรื่องการเรียนนต่อคณะแพทย์ หลายๆคนได้เป...