จุดเน้น ! 9 วิชาสามัญ (ฉบับเตรียมสอบหมอ)

     สวัสดีน้อง ๆ ที่อยากเป็นหมอทุกคนที่กำลังเตรียมตัวสอบ 9 วิชาสามัญนะครับ วันนี้ทีมพี่ ๆ คณะแพทย์จาก Top-A tutor ก็มีบทความดี ๆ มาแนะนำน้อง ๆ เกี่ยวกับการเตรียมตัวสอบ 9 วิชา (จริง ๆ สอบแค่ 7 วิชาสำหรับหมอ) โดยเราจะมาแนะนำกันว่าควรเน้นที่จุดไหน และระวังที่จุดไหน ในช่วงเวลาใกล้สอบเช่นนี้แล้ว ตามไปอ่านกันเลย

วิทยาศาสตร์ : คิดเป็น 40% (ฟิสิกส์ เคมี ชีวะ)

     -ชีวะ : เป็นข้อสอบที่มีจำนวนข้อเยอะที่สุดใน 3 แขนง ดังนั้นการทำข้อสอบชีวะจะต้อง speed test!! คือต้องรีบทำแข่งกับเวลาครับ ส่วนความลึกของข้อสอบชีวะนั้นไม่ได้ออกลึกมากมายอยู่แล้ว เพียงแต่จะต้องใช้การวิเคราะห์เข้ามาช่วยในการทำข้อสอบด้วย บางข้ออาจจะถามเรื่องที่เราคิดว่าง่าย ๆ ให้ดูยากไปเลยละถ้าน้องคิดไม่เป็น คำแนะนำของพี่คือ ไม่ต้องอ่านเนื้อหาละเอียดมาก เพราะข้อสอบออกไม่ลึก แต่อ่านให้เข้าใจถึงเหตุผลของเนื้อหาต่าง ๆ เพื่อที่จะได้นำมาประยุกต์ใช้ได้ และในห้องสอบข้อไหนทำไม่ได้ให้ข้ามไปก่อนแล้วค่อยกลับมาทำนะครับ เดี๋ยวจะทำไม่ทัน

     -เคมี : ความยาก ของวิชาเคมี 9 วิชาสามัญนั้นถือว่าไม่ยากมากเท่าไหร่ อีกทั้งยังมีจำนวนข้อที่ถือว่าไม่เยอะเมื่อเทียบกับชีวะ จึงเป็นข้อสอบส่วนที่น้อง ๆ ควรเก็บคะแนนให้ได้ดี ๆ เพราะเก็บคะแนนไม่ยากครับ บทที่ออกข้อสอบเยอะของแต่ละปีมักจะไม่ซ้ำกันเท่าไหร่ ดังนั้นพี่จะไม่ขอเก็งเรื่องที่ออกเยอะ ๆ แล้วกันนะครับ คำแนะนำของพี่คือ ทำโจทย์เยอะ ๆ โจทย์ PAT หรือ7 วิชาสามัญปีเก่า ๆ ทำเยอะ ๆ ครับ แล้วน้องจะสามารถทำข้อสอบเคมีได้ เพราะความยากของข้อสอบไม่หนีกับข้อสอบเก่าเท่าไหร่ครับ ข้อแนะนำอีกอย่างคือ อย่าทิ้งบทเล็ก ๆ เช่น โพลีเมอร์ การถลุงแร่ แม้บทพวกนี้จะออกข้อสอบน้อยแต่ถ้าออกมาเราจะเก็บคะแนนได้ง่ายมาก

     -ฟิสิกส์ : เป็นวิชาที่เด็กไทยจำนวนมากไม่ชอบ ไม่เข้าใจ และบอกว่ายาก....ซึ่งฟิสิกส์ในข้อสอบ 9 วิชาสามัญนั้นในปีหลัง ๆ มานี้ข้อสอบจะออกมาเพื่อวัดความเข้าใจมากขึ้น ไม่ใช่ลักษณะแบบแทนสูตรแล้วตอบ เหมือนเมื่อก่อน ซึ่งบางคนก็ชอบเพราะไม่ต้องคิดเลข แต่บางคนก็อาจจะไม่ชอบเพราะถนัดแทนสูตรแล้วตอบ คำแนะนำของพี่คือ ใครที่เรียนฟิสิกส์แบบแทนสูตรแล้วตอบให้รีบกลับไปอ่านใหม่อย่ารวดเร็ว และทำความเข้าใจที่มาของสูตร และการใช้สูตรให้ดี ๆ เพราะถ้าหวังจะแทนสูตรแล้วตอบน่าจะเป็นไปได้ยาก อีกข้อหนึ่งที่ทำให้ผิดกันบ่อย ๆ คือไม่ดูค่าตัวแปรที่โจทย์กำหนดมาให้ เช่น g = 9.8 หรือ 10 ซึ่งจะทำให้ได้คำตอบผิด เสียคะแนนไปอย่างน่าเสียดาย ดังนั้นอ่านค่าตัวแปรที่โจทย์กำหนดมาก่อนทำนะครับ

คณิตศาสตร์ : คิดเป็น 20 %

     ความยากของข้อสอบอาจจะไม่เท่า PAT 1 แต่อย่างไรก็ตามมีข้อควรระวังในการทำคือ อย่าสะเพร่า ! เพราะมันอาจมีกับดักซ่อนอยู่ในโจทย์ ดังนั้นพยายามอ่านโจทย์ดี ๆ ว่าโจทย์ถามอะไร และคิดเลขดี ๆ ถ้าเป็นไปได้ฝึกคิดเลขให้คล่อง ๆ ไว้เพื่อที่เวลาทำข้อสอบจะได้เสร็จเร็ว ๆ และมีเวลากลับมาทวนซ้ำป้องกันการสะเพร่า

     ส่วนเรื่องที่ออกข้อสอบเยอะ ๆ ก็ได้แก่ สถิติ ความน่าจะเป็น อนุกรม แคลคูลัส และลอการิทึม ให้อ่านเน้น ๆ เยอะ ๆ เป็นพิเศษเลย ส่วนบทเซต ตรรกศาสตร์ ออกน้อยอาจจะเอาไว้อ่านทีหลังได้ครับ

ภาษาอังกฤษ : คิดเป็น 20 %

     ข้อสอบวิชาภาษาอังกฤษนั้นเป็นแนว speed test อีกแล้วครับ ดังนั้นต้องทำแข่งกับเวลาดี ๆ นะ ซึ่งข้อสอบภาษาอังกฤษนั้นจะพยายามวัดทุก skill ของน้อง ๆ ไม่ว่าจะเป็น reading writing listening และ speaking ข้อสอบสามารถออกได้หลากหลายเพื่อวัดทักษะทางภาษาอังกฤษทั้ง 4 ด้าน

     Reading ข้อสอบจะมี บทความหลายบทความให้น้อง ๆ ได้อ่าน และตอบคำถาม คำแนะนำของพี่คือให้อ่านโจทย์ก่อนอ่านบทความ เพื่อที่เวลาเราอ่านบทความจะได้สแกนหาข้อมูลที่โจทย์ถามได้อย่างรวดเร็วเลย และข้อควรรู้อีกข้อหนึ่งคือ คำตอบที่โจทย์ถามมักจะเรียงกันในบทความอยู่แล้วเช่น คำถามข้อที่ 1 มักจะมีคำตอบอยู่ตอนต้นของบทความ ส่วนคำถามข้อหลัง ๆ ก็มักจะมีคำตอบอยู่ช่วงท้าย ๆ บทความ ดังนั้นสแกนให้ถูกจุด สแกนให้เร็วนะครับ

     Writing ข้อสอบพาร์ทนี้นั้นจะเป็น cloze test ซะส่วนใหญ่ครับ ซึ่งน้องต้องแม่นแกรมม่าหน่อยครับ หลักแกรมม่าที่ออกข้อสอบบ่อย ๆ ก็เช่น subject&verb agreement (ถ้าประธานเป็นเอกพจน์ กริยาต้องมี s)Word form (ตรงไหนต้องใช้ adjective adverb หรือ noun)เป็นต้น

     Listening/Speaking ข้อสอบจะออกมาในรูปแบบของ conversation ที่อาจจะให้เติมคำตอบที่เหมาะสมในสถานการณ์ต่าง ๆ ข้อควรระวังในการทำข้อสอบส่วนนี้คือ สำนวน (idioms) ! ที่น้อง ๆ หลายคนมักไม่แม่น ส่วน conversation แบบอื่นโดยส่วนมากไม่มีปัญหากันเท่าไหร่อยู่แล้ว ดังนั้นอ่านสำนวนไปเยอะ ๆ นะครับ

ภาษาไทย และสังคม : วิชาละ 10 % (รวมเป็น 20%)

     2 วิชานี้ส่วนมากน้อง ๆ จะทำไม่ค่อยได้ เพราะเด็กที่สอบส่วนใหญ่เป็นเด็กสายวิทย์ จึงไม่ค่อยถนัด 2 วิชานี้สักเท่าไหร่ แต่อย่างไรก็ตามหลาย ๆ ครั้งคะแนนของ 2 วิชานี้ก็ช่วยให้น้องสอบติดได้เลยนะถ้าวิชาอื่น ๆ น้องไม่ได้โดดเด่นเท่าไหร่

     ภาษาไทย ข้อสอบวิชานี้ไม่เน้นออกหลักภาษาเท่าไหร่นัก จะมีข้อสอบหลักภาษาอยู่บ้าง แต่ส่วนใหญ่ ๆ จะเป็นการวิเคราะห์มากกว่า เช่น การตีความจากบทความ การตีความจากกลอน หรือการตีความจากความหมายของผู้พูด ดังนั้นอ่านหลักภาษาไปบ้าง รวมกับทักษะทางด้านการตีความ เชื่อว่าน้อง ๆ จะสามารถทำวิชานี้ได้แน่นอน

     สังคม ข้อสอบวิชานี้นั้นออกได้หลากหลายอย่างมาก เนื้อหาครอบจักรวาลสุด ๆ จนไม่รู้จะแนะนำอย่างไร เอาเป็นว่าน้อง ๆ ไปตามอ่านข่าวต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นรอบ ๆ ตัวทั้งข่าวสังคมทั่วไป ข่าวในพระราขสำนัก ข่าวของประเทศอื่น ๆ ตามเหตุการณ์บ้านเมืองต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นในรอบปี เยอะ ๆ ก็น่าจะสามารถทำวิชานี้ได้

     นี่ก็เป็นคำแนะนำในการเตรียมสอบ 9 วิชาสามัญสำหรับน้อง ๆ ที่อยากเป็นหมอ นะครับ อีกข้อหนึ่งที่อยากฝากไว้คือ อย่าทิ้งวิชาใดวิชาหนึ่งมากเกินไป เพราะทุกวิชาต้องไม่ต่ำกว่า 30% ไม่เช่นนั้นจะถูกตัดสิทธิโดยอัตโนมัติ ก็คงน่าเสียดายถ้าถูกตัดสิทธิด้วยเหตุผลนี้นะครับ สุดท้ายนี้ก็ขอให้น้อง ๆ ทุกคนโชคดีในการสอบ สอบติดตามที่หวังทุกคนนะครับ

 ขอบคุณภาพประกอบจาก

www.tewfree.com

 


 **ติวเข้าแพทย์ เตรียมสอบหมอ โดยทีมติวเตอร์มืออาชีพ Top-A tutor

 

ติดตามบทความดีๆเพิ่มเติมจากพี่ๆจุฬา และมหิดล ได้ที่.....
#1 โดย: ฝุ่น' สีเงิน [IP: 182.232.49.xxx]
เมื่อ: 2017-04-22 12:45:22
ขอบคุณมากค่ะ

ชื่อผู้ตอบ:

    • หลังจากที่พี่ ๆTop-A tutor ได้เขียนแนวทางการเตรียมสอบแพทย์ part 1 และ 2 ออกไปก็มีน้อง ๆ จำนวนมากที่สอบถามเข้ามาทั้งทางไลน์ และ inbox หน้าเพจ ถึงการเตรียมสอบแพทย์ในแง่มุมอื่น ๆ วัน...
    • สวัสดีน้อง ๆ ทุกคนที่อยากเป็นหมอ กันอีกครั้งครับ ในบทความที่แล้ว พี่ ๆ คณะแพทย์ของ Top-A tutor ก็ได้แนะนำวิธีการเตรียมสอบฟิสิกส์ เคมี ชีวะ และภาษาอังกฤษไปแล้วนะครับ ในความนี้เราจ...